การอนุรักษ์พลังงานในระบบปรับอากาศ

ในปัจจุบันพลังงานมีราคาสูงขึ้น อันเนื่องมาจากทรัพยากรที่ใช้ผลิตพลังงานหลัก เช่น ถ่านหิน, น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ เริ่มหมดไป ดังนั้นหลายธุรกิจจึงให้ความสำคัญต่อมาตรการประหยัดพลังงาน เพื่อลดต้นทุนและสร้างผลกำไรที่มากขึ้น เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดไปได้ หากพูดถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในอาคาร (สำนักงาน โรงแรม โรงพยาบาล ศูนย์การค้า สถาบันศึกษา) พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ ได้แก่ ระบบปรับอากาศ หลอดไฟ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ระบบที่มีการใช้พลังงานมากที่สุด คือ ระบบปรับอากาศ ซึ่งใช้พลังงานประมาณ 60-70% ดังนั้นเราจะมาพูดถึงการอนุรักษ์พลังงานในระบบปรับอากาศกัน หลักการทำงานของระบบปรับอากาศ หน้าที่ของระบบปรับอากาศ คือ การควบคุมอุณหภูมิ-ความชื้น การไหลเวียนอากาศ และควบคุมคุณภาพอากาศ ให้เป็นไปตามความต้องการ โดยมีหลักการทำงานเป็นวัฏจักร 1-2-3-4 (ดังรูปที่ 1 และ 2) รูปที่ 1 วัฏจักรการทำงานของระบบปรับอากาศ [1] รูปที่ 2 PH-diagram การทำงานของระบบปรับอากาศ...

Read More

การออกแบบอาคารอนุรักษ์พลังงาน

การออกแบบอาคารอนุรักษ์พลังงาน (อาคารประหยัดพลังงาน) เป็นที่ทราบกันดีว่ามูลเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ มาจากการใช้พลังงานฟอสซิล นอกจากจะทำให้ทรัพยากรเหล่านั้นลดน้อยลงไป ยังได้ก่อปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆอีกมากมาย อาคารก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีการใช้พลังงานมหาศาล ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราควรออกแบบอาคารให้เป็นอาคารอนุรักษ์พลังงาน อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทำเพียงเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายทางพลังงานอีกด้วย สำหรับหลักการออกแบบอาคารอนุรักษ์พลังงาน มีดังนี้ ด้านรูปทรงอาคารและการใช้พื้นที่ อาคารควรมีรูปทรงสี่เหลี่ยมพื้นผ้าโดยให้ด้านสั้นหันไปยังทิศตะวันออกและทิศตะวันตก เพื่อให้ความร้อนจากแสงแดดเข้าสู่อาคารน้อย ควรจัดวางพื้นที่ใช้สอยที่มีการใช้ชั่วคราว เช่น บันได ทางหนีไฟ ไว้ทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ส่วนพื้นที่ใช้สอยหลักให้ใช้ฝั่งทิศเหนือ ส่วนทิศใต้ควรใช้เป็นระเบียงทางเดินแบบเปิดโล่ง รูปที่ 1 รูปทรงอาคารและการใช้พื้นที่ของอาคารอนุรักษ์พลังงาน (โรงเรียน) [1] ด้านกรอบอาคาร หลังคาเป็นกรอบอาคารที่ความร้อนเข้าสู่อาคารต่อเนื่องยาวนานที่สุด เนื่องจากได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์ตลอดทั้งวัน ดังนั้นควรป้องกันความร้อนที่เข้าหลังคาด้วยการออกแบบหลังคา 2 ชั้น ภายในหลังคาควรบุฉนวนป้องกันความร้อนอย่างดี ช่องว่างระหว่างชั้นให้มีการระบายอากาศ ถ้าบริเวณนั้นไม่มีลมธรรมชาติผ่าน ก็สามารถใช้พัดลมระบายอากาศใต้หลังคาได้ รูปที่ 2 รูปแบบหลังคาของอาคารอนุรักษ์พลังงาน [2] ผนังแต่ละด้านจะได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์ประมาณ 6-8 ชั่วโมง จากนั้นจะได้รับความร้อนเฉพาะอุณหภูมิเท่านั้น เพราะดวงอาทิตย์มีการเคลื่อนที่เสมอ ดังนั้นควรใช้วัสดุผนังที่มีความจุความร้อนจำเพาะ(Cp)มาก เก็บความร้อนได้สูง เพื่อชะลอความร้อนไม่ให้เข้าอาคารจนกว่าดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่ผ่านไป...

Read More

การปรับปรุงอาคารเดิมเป็นอาคารเขียว

การปรับปรุงอาคารเดิมเป็นอาคารเขียว อาคารถือได้ว่าเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาทางพลังงานและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากอาคารมีการใช้พลังงานไปกับ Chiller Pump Cooling Tower Air-handing Unit หลอดไฟ ฯลฯ สถาบันอาคารเขียวไทยจึงได้จัดทำเกณฑ์การประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TREES (Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability)ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้อาคารต่างๆ ก้าวสู่อาคารอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมหรือที่เรียกกันว่า “อาคารเขียว” โดยใช้เกณฑ์ประเมิน TREES-EB (Existing Building: Operation and Maintenance) ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่มุ่งเน้นสำหรับอาคารที่มีการใช้งานจริงมาแล้วหรือก็คืออาคารที่มีอยู่เดิมนั่นเอง ประโยชน์ที่ได้รับจากการได้รับรองเป็นอาคารเขียว ประหยัดพลังงาน เนื่องจากการได้รับการรับรองว่าเป็นอาคารเขียว ต้องมีการใช้พลังงานต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จึงทำให้อาคารที่ได้ชื่อว่าอาคารเขียวนั้นประหยัดพลังงานมากกว่าอาคารทั่วไป ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร : อาคารเขียวต้องมีการควบคุมปริมาณอากาศระบาย (Ventilation) ให้ได้ตามมาตรฐาน ASHRAE และ มีการส่งผลตรวจเชื้อลีจิเนลลาของ Cooling Tower ดังนั้นคุณภาพอากาศภายในอาคารเขียวจึงเป็นไปตามมาตรฐาน ผู้ใช้อาคารจึงมีคุณภาพชีวิตที่ดี...

Read More

การจัดทำระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมาย

การจัดทำระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2551 กำหนดให้อาคารควบคุม และ โรงงานควบคุม* ต้องมีการดำเนินการจัดการพลังงานตามกฎหมาย โดยจัดทำเป็นเล่มรายงานการจัดการพลังงานส่งให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) หมายเหตุ : อาคารควบคุม หมายถึง อาคารที่มีการติดตั้งหม้อแปลงขนาดมากกว่า 1175 kVA ภายในเลขที่บ้านเดียวกัน โรงงานควบคุม หมายถึง โรงงานที่มีการใช้พลังงานมากกว่า 20 ล้านMJ ต่อปี ภายในเลขที่บ้านเดียวกัน การจัดการพลังงานตามกฎหมาย ประกอบด้วย 8 ขั้นตอน ดังนี้ แต่งตั้งคณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน ประเมินสถานภาพการจัดการพลังงานเบื้องต้น จัดทำนโยบายอนุรักษ์พลังงาน ประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงาน การกำหนดเป้าหมายและแผนการอนุรักษ์พลังงาน แผนการฝึกอบรมอนุรักษ์พลังงาน และแผนกิจกรรมพลังงาน ดำเนินการตามแผนฯ (ข้อ 5) พร้อมทั้งตรวจสอบ-วิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนฯ ตรวจติดตามและประเมินผลโดยคณะผู้ตรวจสอบการจัดการพลังงานภายในองค์กร ทบทวนวิเคราะห์และแก้ไขข้อบกพร่อง...

Read More

ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน

ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน ตาม พรบ.การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2550 กำหนดให้เจ้าของอาคาร/โรงงานควบคุมต้องจัดทำระบบการจัดการพลังงาน [อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความ “การจัดทำระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมาย” <Link เพจ 3.4>] และจัดให้มีการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานโดยผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) ในรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน 1 ทีม จะประกอบด้วย ผู้ชำนาญการ 1 คน และ ผู้ช่วยผู้ชำนาญการ 2 คน โดยสามารถตรวจสอบและรับรองฯ ได้ไม่เกิน 30 แห่งต่อปี สำหรับคุณสมบัติของผู้ชำนาญการและผู้ช่วยผู้ชำนาญการเป็นดังนี้ ผู้ชำนาญการ ต้องมีสัญชาติไทย มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม(กว.)ระดับสามัญวิศวกรเครื่องกลหรือภาคีวิศวกรพิเศษเครื่องกล(พลังงาน) และสอบผ่านการฝึกอบรมด้านการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานระดับผู้ชำนาญการ ผู้ช่วยผู้ชำนาญการ ต้องมีสัญชาติไทย และสอบผ่านการฝึกอบรมด้านการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานระดับผู้ช่วยผู้ชำนาญการ                        รูปที่ 1 ใบประกาศนียบัตรสอบผ่านการฝึกอบรมระดับผู้ช่วยผู้ชำนาญการ  รูปที่ 2 ใบประกาศนียบัตรสอบผ่านการฝึกอบรมระดับผู้ผู้ชำนาญการ รูปที่ 3 ใบอนุญาตตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน หน้าที่ของผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน ตรวจสอบการจัดการพลังงาน โดยพิจารณาความครบถ้วนและถูกต้องของเอกสารและหลักฐาน การปฏิบัติจริง...

Read More