การตรวจวัดปริมาณลมและประสิทธิภาพ Cooling Tower

การตรวจวัดปริมาณลมและประสิทธิภาพ Cooling Tower ระบบปรับอากาศหรือระบบการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ ย่อมมีการสร้างความร้อนขึ้นมา ซึ่งการนำความร้อนไประบายออกสู่ภายนอกระบบ มีทั้งการระบายความร้อนด้วยอากาศ (Air-cooled heat exchanger) และ การระบายความร้อนด้วยน้ำ (Water-cooled heat exchanger) เมื่อพิจารณาความร้อนทิ้งเท่ากัน ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศต้องใช้พื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความร้อนและพลังงานจากพัดลมมากกว่า นอกจากนี้ยังลดอุณหภูมิของเหลวได้ไม่ต่ำเท่ากับระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ  ดังนั้นในระบบปรับอากาศหรือระบบผลิตในอุตสาหกรรมส่วนใหญ่จึงนิยมใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ในการระบายความร้อนของระบบดังกล่าวคือ หอผึ่งน้ำเย็น (Cooling Tower) หลักการทำงานของหอผึ่งน้ำเย็น (Cooling Tower) Cooling Tower คือ อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนระหว่างน้ำและอากาศ โดยเป็นการผสมผสานกันระหว่างการถ่ายเทความร้อนและการถ่ายเทมวล (Heat and mass transfer) การระเหยของน้ำจะทำให้อุณหภูมิน้ำลดลง ในขณะเดียวกันอากาศจะรับเอาน้ำส่วนที่ระเหยออกไปทิ้งสู่บรรยากาศภายนอก รูปที่ 1 ความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิระหว่างอากาศและน้ำ ของ Counter flow Cooling Tower [1] รูปที่ 2 ตัวอย่าง...

Read More

การใช้โปรแกรม BEC วิเคราะห์การใช้พลังงานในอาคาร

การใช้โปรแกรม BEC วิเคราะห์การใช้พลังงานในอาคาร เนื่องด้วยในปัจจุบันมีการใช้พลังงานสูงขึ้นมาก ดังนั้นกระทรวงพลังงานจึงออกกฎกระทรวง กำหนดประเภทหรือขนาดของอาคาร และมาตรฐาน หลักเกณฑ์และวิธีการในการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2552 เพื่อกำหนดให้อาคารที่จะออกแบบก่อสร้างใหม่มีการใช้พลังงานอยู่ในเกณฑ์ตามที่กฎกระทรวงกำหนด อาคารที่เข้าข่ายต้องออกแบบตามกฎกระทรวง ได้แก่ 1.สถานศึกษา 2.สำนักงาน 3.โรงมหรสพ 4.ศูนย์การค้า 5.สถานบริการ 6.อาคารชุมนุมคน 7.โรงแรม 8.สถานพยาบาล 9.อาคารชุด ที่มีพื้นที่อาคารมากกว่าหรือเท่ากับ 2,000 ตารางเมตร  ระบบที่ต้องประเมินตามกฎกระทรวง ประกอบด้วย 1. ระบบกรอบอาคาร รูปที่ 1 เกณฑ์ค่าการถ่ายเทความร้อนรวมผ่านผนังอาคาร OTTV (Overall Thermal Transfer Value) [1] รูปที่ 2 เกณฑ์ค่าการถ่ายเทความร้อนรวมผ่านหลังคาอาคาร RTTV (Roof Thermal Transfer Value) [1] 2. ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง...

Read More

การตรวจวัดประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศ

การตรวจวัดประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศ เครื่องปรับอากาศเป็นระบบที่มีการใช้พลังงานมาก ดังนั้นจึงควรเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อให้ประหยัดพลังงานมากที่สุด และเมื่อใช้เครื่องปรับอากาศไปนานๆประสิทธิภาพจะต่ำลง จึงควรพิจารณาเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศใหม่ที่มีประสิทธิภาพพลังงานสูงกว่า อย่างไรก็ตามจะทราบได้อย่างไรว่าเครื่องปรับอากาศตัวเก่ามีประสิทธิภาพเท่าไร ดังนั้นจำเป็นต้องทำการตรวจวัดประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศให้เป็นเสียก่อน การตรวจวัดประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศ จะต้องมีความรู้ความเข้าใจ Psychrometric Chart ซึ่งแกนบนกราฟนี้มีหลากหลาย แต่ที่จะใช้ในการตรวจวัด ประกอบด้วย 4 แกน ได้แก่ 1.อุณหภูมิกระเปาะแห้ง (Dry-bulb Temperature) 2.อุณหภูมิกระเปาะเปียก (Wet-bulb Temperature) 3.เอนทาลปี (Enthalpy) 4.ความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity) รูปที่ 1 Psychrometric Chart [1] สิ่งที่ต้องตรวจวัด มีดังนี้ 1. พื้นที่หน้าตัดช่องลมออกจากคอยล์เย็น 2. ความเร็วลมที่ออกจากช่องลมคอยล์เย็น 3. อุณหภูมิ/ความชื้นสัมพัทธ์อากาศเข้าคอยล์เย็น 4. อุณหภูมิ/ความชื้นสัมพัทธ์อากาศออกคอยล์เย็น 5. อุณหภูมิอากาศเข้าคอยล์ร้อน 6. กำลังไฟฟ้าเข้าเครื่องปรับอากาศ รูปที่ 2...

Read More

การอนุรักษ์พลังงานในระบบปรับอากาศ

การอนุรักษ์พลังงานในระบบปรับอากาศ ในปัจจุบันพลังงานมีราคาสูงขึ้น อันเนื่องมาจากทรัพยากรที่ใช้ผลิตพลังงานหลัก เช่น ถ่านหิน, น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ เริ่มหมดไป ดังนั้นหลายธุรกิจจึงให้ความสำคัญต่อมาตรการประหยัดพลังงาน เพื่อลดต้นทุนและสร้างผลกำไรที่มากขึ้น เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดไปได้ หากพูดถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในอาคาร (สำนักงาน โรงแรม โรงพยาบาล ศูนย์การค้า สถาบันศึกษา) พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ ได้แก่ ระบบปรับอากาศ หลอดไฟ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ระบบที่มีการใช้พลังงานมากที่สุด คือ ระบบปรับอากาศ ซึ่งใช้พลังงานประมาณ 60-70% ดังนั้นเราจะมาพูดถึงการอนุรักษ์พลังงานในระบบปรับอากาศกัน หลักการทำงานของระบบปรับอากาศ หน้าที่ของระบบปรับอากาศ คือ การควบคุมอุณหภูมิ-ความชื้น การไหลเวียนอากาศ และควบคุมคุณภาพอากาศ ให้เป็นไปตามความต้องการ โดยมีหลักการทำงานเป็นวัฏจักร 1-2-3-4 (ดังรูปที่ 1 และ 2) รูปที่ 1 วัฏจักรการทำงานของระบบปรับอากาศ [1] รูปที่ 2 PH-diagram...

Read More

การออกแบบอาคารอนุรักษ์พลังงาน (อาคารประหยัดพลังงาน)

การออกแบบอาคารอนุรักษ์พลังงาน (อาคารประหยัดพลังงาน) เป็นที่ทราบกันดีว่ามูลเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ มาจากการใช้พลังงานฟอสซิล นอกจากจะทำให้ทรัพยากรเหล่านั้นลดน้อยลงไป ยังได้ก่อปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆอีกมากมาย อาคารก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีการใช้พลังงานมหาศาล ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราควรออกแบบอาคารให้เป็นอาคารอนุรักษ์พลังงาน อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทำเพียงเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายทางพลังงานอีกด้วย สำหรับหลักการออกแบบอาคารอนุรักษ์พลังงาน มีดังนี้ 1. ด้านรูปทรงอาคารและการใช้พื้นที่ อาคารควรมีรูปทรงสี่เหลี่ยมพื้นผ้าโดยให้ด้านสั้นหันไปยังทิศตะวันออกและทิศตะวันตก เพื่อให้ความร้อนจากแสงแดดเข้าสู่อาคารน้อย ควรจัดวางพื้นที่ใช้สอยที่มีการใช้ชั่วคราว เช่น บันได ทางหนีไฟ ไว้ทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ส่วนพื้นที่ใช้สอยหลักให้ใช้ฝั่งทิศเหนือ ส่วนทิศใต้ควรใช้เป็นระเบียงทางเดินแบบเปิดโล่ง รูปที่ 1 รูปทรงอาคารและการใช้พื้นที่ของอาคารอนุรักษ์พลังงาน (โรงเรียน) [1] 2. ด้านกรอบอาคาร หลังคาเป็นกรอบอาคารที่ความร้อนเข้าสู่อาคารต่อเนื่องยาวนานที่สุด เนื่องจากได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์ตลอดทั้งวัน ดังนั้นควรป้องกันความร้อนที่เข้าหลังคาด้วยการออกแบบหลังคา 2 ชั้น ภายในหลังคาควรบุฉนวนป้องกันความร้อนอย่างดี ช่องว่างระหว่างชั้นให้มีการระบายอากาศ ถ้าบริเวณนั้นไม่มีลมธรรมชาติผ่าน ก็สามารถใช้พัดลมระบายอากาศใต้หลังคาได้ รูปที่ 2 รูปแบบหลังคาของอาคารอนุรักษ์พลังงาน [2] ผนังแต่ละด้านจะได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์ประมาณ 6-8 ชั่วโมง จากนั้นจะได้รับความร้อนเฉพาะอุณหภูมิเท่านั้น เพราะดวงอาทิตย์มีการเคลื่อนที่เสมอ ดังนั้นควรใช้วัสดุผนังที่มีความจุความร้อนจำเพาะ(Cp)มาก...

Read More

การปรับปรุงอาคารเดิมเป็นอาคารเขียว

การปรับปรุงอาคารเดิมเป็นอาคารเขียว อาคารถือได้ว่าเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาทางพลังงานและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากอาคารมีการใช้พลังงานไปกับ Chiller Pump Cooling Tower Air-handing Unit หลอดไฟ ฯลฯ สถาบันอาคารเขียวไทยจึงได้จัดทำเกณฑ์การประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TREES (Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability)ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้อาคารต่างๆ ก้าวสู่อาคารอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมหรือที่เรียกกันว่า “อาคารเขียว” โดยใช้เกณฑ์ประเมิน TREES-EB (Existing Building: Operation and Maintenance) ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่มุ่งเน้นสำหรับอาคารที่มีการใช้งานจริงมาแล้วหรือก็คืออาคารที่มีอยู่เดิมนั่นเอง ประโยชน์ที่ได้รับจากการได้รับรองเป็นอาคารเขียว 1. ประหยัดพลังงาน เนื่องจากการได้รับการรับรองว่าเป็นอาคารเขียว ต้องมีการใช้พลังงานต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จึงทำให้อาคารที่ได้ชื่อว่าอาคารเขียวนั้นประหยัดพลังงานมากกว่าอาคารทั่วไป 2. ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร อาคารเขียวต้องมีการควบคุมปริมาณอากาศระบาย (Ventilation) ให้ได้ตามมาตรฐาน ASHRAE และ มีการส่งผลตรวจเชื้อลีจิเนลลาของ Cooling Tower ดังนั้นคุณภาพอากาศภายในอาคารเขียวจึงเป็นไปตามมาตรฐาน...

Read More

การจัดทำระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมาย

การจัดทำระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2551 กำหนดให้อาคารควบคุม และ โรงงานควบคุม* ต้องมีการดำเนินการจัดการพลังงานตามกฎหมาย โดยจัดทำเป็นเล่มรายงานการจัดการพลังงานส่งให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) หมายเหตุ : อาคารควบคุม หมายถึง อาคารที่มีการติดตั้งหม้อแปลงขนาดมากกว่า 1175 kVA ภายในเลขที่บ้านเดียวกัน โรงงานควบคุม หมายถึง โรงงานที่มีการใช้พลังงานมากกว่า 20 ล้านMJ ต่อปี ภายในเลขที่บ้านเดียวกัน การจัดการพลังงานตามกฎหมาย ประกอบด้วย 8 ขั้นตอน ดังนี้ 1. แต่งตั้งคณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน 2. ประเมินสถานภาพการจัดการพลังงานเบื้องต้น 3. จัดทำนโยบายอนุรักษ์พลังงาน 4. ประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงาน 5. การกำหนดเป้าหมายและแผนการอนุรักษ์พลังงาน แผนการฝึกอบรมอนุรักษ์พลังงาน และแผนกิจกรรมพลังงาน 6....

Read More

ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน

ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน ตาม พรบ.การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2550 กำหนดให้เจ้าของอาคาร/โรงงานควบคุมต้องจัดทำระบบการจัดการพลังงาน [อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บทความ “การจัดทำระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมาย” และจัดให้มีการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานโดยผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) ในรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ทีมผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน 1 ทีม จะประกอบด้วย ผู้ชำนาญการ 1 คน และ ผู้ช่วยผู้ชำนาญการ 2 คน โดยสามารถตรวจสอบและรับรองฯ ได้ไม่เกิน 30 แห่งต่อปี สำหรับคุณสมบัติของผู้ชำนาญการและผู้ช่วยผู้ชำนาญการเป็นดังนี้ ผู้ชำนาญการ ต้องมีสัญชาติไทย มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม(กว.)ระดับสามัญวิศวกรเครื่องกลหรือภาคีวิศวกรพิเศษเครื่องกล(พลังงาน) และสอบผ่านการฝึกอบรมด้านการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานระดับผู้ชำนาญการ ผู้ช่วยผู้ชำนาญการ ต้องมีสัญชาติไทย และสอบผ่านการฝึกอบรมด้านการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานระดับผู้ช่วยผู้ชำนาญการ                        รูปที่ 1 ใบประกาศนียบัตรสอบผ่านการฝึกอบรมระดับผู้ช่วยผู้ชำนาญการ  รูปที่ 2 ใบประกาศนียบัตรสอบผ่านการฝึกอบรมระดับผู้ผู้ชำนาญการ รูปที่ 3 ใบอนุญาตตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน หน้าที่ของผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน ตรวจสอบการจัดการพลังงาน โดยพิจารณาความครบถ้วนและถูกต้องของเอกสารและหลักฐาน การปฏิบัติจริง รวมถึงการสัมภาษณ์พนักงาน เสนอข้อคิดเห็นการปรับปรุงวิธีการดำเนินการจัดการพลังงาน...

Read More