อัตราค่าไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย มีทั้งหมด 8 ประเภท ได้แก่

1. บ้านที่อยู่อาศัย

2. กิจการขนาดเล็ก

3. กิจการขนาดกลาง

4. กิจการขนาดใหญ่

5. กิจการเฉพาะอย่าง

6. องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร

7. สูบน้ำเพื่อการเกษตร

8. ไฟฟ้าชั่วคราว

ไม่ว่าเราจะใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือ การไฟฟ้าภูมิภาค (กฟภ.) อัตราค่าไฟฟ้าจะเท่ากันทั้ง 8 ประเภท โดยในวันนี้เราจะมาพูดถึงประเภทที่ 1 (บ้านที่อยู่อาศัย) กัน ว่ามีวิธีคำนวณค่าไฟฟ้าอย่างไร

องค์ประกอบของการคิดค่าไฟฟ้า ประกอบด้วย

1. อัตราค่าไฟฟ้า

2. ค่า FT

3. ค่าบริการ

อัตราค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทย่อยๆ ได้แก่

1 อัตราปกติสำหรับใช้พลังงานไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วย/เดือน

2 อัตราปกติสำหรับการใช้พลังงานไฟฟ้าเกินกว่า 150 หน่วย/เดือน

3 อัตราตามช่วงเวลาของการใช้ (Time of Use, TOU)

รูปที่ 1  อัตราปกติสำหรับใช้พลังงานไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วย/เดือน

รูปที่ 2  อัตราปกติสำหรับการใช้พลังงานไฟฟ้าเกินกว่า 150 หน่วย/เดือน

รูปที่ 3  อัตราตามช่วงเวลาของการใช้ (Time of Use, TOU)

จากรูป 1 – 3 จะสังเกตได้ว่า อัตราปกติจะมีรูปแบบเป็นขั้นบันได ยิ่งใช้มาก ยิ่งจ่ายแพง (คล้ายๆภาษีบุคคลธรรมดา รายรับยิ่งมาก อัตราภาษียิ่งสูง) ส่วนอัตรา TOU จะแบ่งอัตราค่าไฟฟ้าออกเป็น 2 ช่วงเวลา ได้แก่ On Peak ซึ่งอัตราค่าไฟฟ้าจะสูงมาก และ Off Peak อัตราค่าไฟฟ้าจะถูกมาก

ค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ ที่เรียกสั้นๆว่า ค่า FT (Float Time) เป็นค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงเพื่อการผลิตไฟฟ้า ที่เปลี่ยนแปลงไปจากระดับที่กำหนดไว้ในค่าไฟฟ้าฐาน โดยค่า FT มีการปรับปรุงทุกๆ 4 เดือน  หากค่า FT เป็นบวก นั่นหมายถึง เราต้องจ่ายเงินเพิ่มจากปกติ  แต่ถ้าค่า FT เป็นลบ เราก็จ่ายเงินลดลง

ตัวอย่างที่ 1 การคิดค่าไฟฟ้ากรณีใช้พลังงานไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วย/เดือน

บ้านนาย A มีการใช้พลังงานไฟฟ้า 120 หน่วย/เดือน  ค่า FT = -0.1243 บาท/หน่วย (ณ เดือน ก.ย. 2563)

วิธีการคิดค่าไฟฟ้า

ค่าไฟฟ้าหน่วยที่ 1-15    =        15 (หน่วย) x 2.3488 (บาท/หน่วย)         =        35.23   บาท

ค่าไฟฟ้าหน่วยที่ 16-25   =        10 (หน่วย) x 2.9882 (บาท/หน่วย)         =        29.88   บาท

ค่าไฟฟ้าหน่วยที่ 26-35   =        10 (หน่วย) x 3.2405 (บาท/หน่วย)         =        32.41   บาท

ค่าไฟฟ้าหน่วยที่ 36-100 =        65 (หน่วย) x 3.6237 (บาท/หน่วย)         =        235.54 บาท

ค่าไฟฟ้าหน่วยที่ 101-120 =       20 (หน่วย) x 3.7171 (บาท/หน่วย)         =        74.34   บาท

ผลรวมค่าไฟฟ้า   = 407.40 บาท

ค่า FT             =        120 (หน่วย) x (-0.1243) (บาท/หน่วย)     =        -14.92  บาท

ค่าบริการ         =        8.19    บาท

รวม               =        ผลรวมค่าไฟฟ้า + ค่า FT + ค่าบริการ

                   =        407.40 + (-14.92) + 8.19                          

                   =        400.67 บาท

ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%        = 400.67 x 7%          =        28.05   บาท

รวมเงินที่ต้องชำระ         =  400.67 + 28.05      =        428.72      บาท/เดือน

รูปที่ 1  อัตราปกติสำหรับใช้พลังงานไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วย/เดือน

ตัวอย่างที่ 2 การคิดค่าไฟฟ้ากรณีใช้พลังงานไฟฟ้าเกินกว่า 150 หน่วย/เดือน

บ้านนาย B มีการใช้พลังงานไฟฟ้า 1000 หน่วย/เดือน  ค่า FT = -0.1243 บาท/หน่วย (ณ เดือน ก.ย. 2563)

วิธีการคิดค่าไฟฟ้า

ค่าไฟฟ้าหน่วยที่ 1-150             =        150 (หน่วย) x 3.2484 (บาท/หน่วย)       =        487.26           บาท

ค่าไฟฟ้าหน่วยที่ 151-400         =        250 (หน่วย) x 4.2218 (บาท/หน่วย)       =        1,055.45        บาท

ค่าไฟฟ้าหน่วยที่ 401-1000        =        600 (หน่วย) x 4.4217 (บาท/หน่วย)       =        2,653.02        บาท

ผลรวมค่าไฟฟ้า   = 4,195.73 บาท

ค่า FT            =        1000 (หน่วย) x (-0.1243) (บาท/หน่วย)   =        -124.30           บาท

ค่าบริการ         =        38.22   บาท

รวม               =        ผลรวมค่าไฟฟ้า + ค่า FT + ค่าบริการ

                   =        4,195.73 + (-124.30) + 38.22                     

                   =        4,109.65 บาท

ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%        =        4,109.65 x 7%           =        287.68 บาท

รวมเงินที่ต้องชำระ         =        4,109.65 + 287.68      =        4,397.33      บาท/เดือน

รูปที่ 2  อัตราปกติสำหรับการใช้พลังงานไฟฟ้าเกินกว่า 150 หน่วย/เดือน

ตัวอย่างที่ 3 การคิดค่าไฟฟ้ากรณีใช้มิเตอร์อัตราตามช่วงเวลาของการใช้ (Time of Use, TOU)

บ้านนาย C ซึ่งเป็นพนักงานออฟฟิต มีการใช้พลังงานไฟฟ้า 1000 หน่วย/เดือน โดยแบ่งตามช่วงเวลาได้ดังนี้

-มีการใช้พลังงานไฟฟ้า ช่วง On Peak (จ-ศ. เวลา 9.00-22.00 น.) 300 หน่วย/เดือน

-มีการใช้พลังงานไฟฟ้า ช่วง Off Peak (จ-ศ. เวลา 22.00-9.00 น. และ ส-อา. เต็มวัน) 700 หน่วย/เดือน

-ค่า FT = -0.1243 บาท/หน่วย (ณ เดือน ก.ย. 2563)

วิธีการคิดค่าไฟฟ้า

ค่าไฟฟ้าช่วง On Peak    =        300 (หน่วย) x 5.7982 (บาท/หน่วย)       =        1,739.46        บาท

ค่าไฟฟ้าช่วง Off Peak    =        700 (หน่วย) x 2.6369 (บาท/หน่วย)       =        1,845.83        บาท

ผลรวมค่าไฟฟ้า   = 3,585.29 บาท

ค่า FT            =        1000 (หน่วย) x (-0.1243) (บาท/หน่วย)   =        -124.30          บาท

ค่าบริการ         =        38.22   บาท

รวม               =        ผลรวมค่าไฟฟ้า + ค่า FT + ค่าบริการ

                   =        3,585.29 + (-124.30) + 38.22                     

                   =        3,499.21 บาท

ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%        =        3,499.21 x 7%           =        244.94 บาท

รวมเงินที่ต้องชำระ         =        3,499.21 + 244.94      =        3,744.15      บาท/เดือน

รูปที่ 3  อัตราตามช่วงเวลาของการใช้ (Time of Use, TOU)

เมื่อเปรียบเทียบการคิดค่าไฟฟ้าจากตัวอย่างที่ 2 และ 3 จะพบว่า ถ้าช่วงเวลากลางวันต้องออกจากบ้านไปทำงาน แล้วกลับมาอีกทีตอนกลางคืน  การเลือกมิเตอร์ประเภท TOU จะประหยัดค่าไฟฟ้ากว่าอัตราปกติ ทั้งๆที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าต่อเดือนเท่ากัน  แล้วคุณล่ะ เลือกอัตราค่าไฟฟ้าเหมาะสมกับบ้านตัวเองหรือยัง ?

ZERO ENERGY มีเปิดสอนการคิดค่าไฟฟ้าและเลือกอัตราค่าไฟฟ้าให้เหมาะสมสำหรับบ้านที่อยู่อาศัย อาคาร และ โรงงานอุตสาหกรรม สามารถดูรายละเอียดหลักสูตรได้ที่เพจ “อบรมอนุรักษ์พลังงาน

อ้างอิง

https://www.mea.or.th (1 ต.ค. 2563)